บันทึกกรรมของฉัน

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย Suryar, 10 พฤศจิกายน 2023.

  1. Suryar

    Suryar ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    4,979
    ค่าพลัง:
    +788
    ศุกร์12 มิถุนายน 2569 IMG_5542.jpeg
    ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
     
  2. Suryar

    Suryar ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    4,979
    ค่าพลัง:
    +788
    เปิดตำนานบรมครูผู้วิเศษสองฝั่งโขง “หลวงปู่สมเด็จลุน วัดเวินไซ” ปราชญ์แห่งนครจำปาศักดิ์

    หากจะเอ่ยถึงนามของพระมหาเถราจารย์ผู้ทรงอภิญญาญาณขั้นสูงสุด และมีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลไปทั่วดินแดนลุ่มน้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ชื่อของ “หลวงปู่สมเด็จลุน” หรือที่รู้จักกันในนาม “สำเร็จลุน” แห่งวัดเวินไซ เมืองโพนทอง นครจำปาศักดิ์ ย่อมเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงสุดในฐานะพระผู้ทรงตบะบารมีและมีอิทธิปาฏิหาริย์เหนือกฎธรรมชาติจนถูกขนานนามให้เป็น "ผู้วิเศษสองฝั่งโขง"

    ⛰️ ชาติภูมิและการแสวงหาธรรมในเพศบรรพชิต

    แม้ในบันทึกทางประวัติศาสตร์จะไม่มีหลักฐานวัน เดือน ปีเกิดของท่านที่แน่ชัด แต่จากการเทียบเคียงชีวประวัติครูบาอาจารย์ร่วมสมัย คาดว่าท่านคงถือกำเนิดขึ้นราวปี พ.ศ. 2379 ณ บ้านจิก (ซึ่งปัจจุบันเป็นหมู่บ้านร้าง ต่อมาคือบ้านทรายมูล อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี) ก่อนที่โยมบิดามารดาจะอพยพครอบครัวมาปักหลักที่บ้านสะพือ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ในเวลาต่อมา

    เมื่ออายุครบบวช ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์โดยมี “พระอาจารย์อุตมะ” แห่งวัดสิงหาญ พระปรมาจารย์ใหญ่ผู้เรืองเวทย์ในยุคนั้นซึ่งมีศักดิ์เป็นอา เป็นผู้บวชและอบรมสั่งสอนสรรพวิชา ทั้งการเรียนอักษรขอม อักษรธรรม พระธรรมวินัย ตลอดจนการฝึกกรรมฐานอย่างเข้มข้น

    ‍♂️ จากพระดื้อผู้ใฝ่ภาวนา สู่การหลบเร้นในป่าลึก 20 ปี

    ในสมัยที่เรียนรู้วิชาร่วมกับศิษย์ร่วมสำนักอย่างหลวงปู่สีดา หลวงปู่สมเด็จลุนมีปฏิปทาที่แปลกแยกจากรูปอื่น ท่านไม่ชอบช่วยกิจการงานใด ๆ ภายในวัด แต่หลังจากฉันภัตตาหารเสร็จจะมุ่งมั่นนั่งสมาธิภาวนาอย่างเด็ดเดี่ยว จนพระอาจารย์อุตมะถึงกับเอ่ยปากว่า “ถ้าชอบภาวนาอย่างเดียว เจ้าก็ออกไปอยู่ป่าเสีย” คำพูดนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หลวงปู่สมเด็จลุนได้แบกกลดเดินเข้าป่าลึกและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 20 ปี โดยไม่มีใครรู้ว่าท่านไปพำนัก ณ ที่ใด จนกระทั่งท่านได้หวนกลับมายังวัดสิงหาญอีกครั้ง พร้อมกับเกียรติคุณความแก่กล้าในสรรพวิชา คาถาอาคม และเรื่องเล่าลือประหลาดว่าท่านสามารถ "เหาะเหินเดินอากาศและย่นระยะทาง" ได้อย่างน่าอัศจรรย์

    ปาฏิหาริย์สยบเรือฝั่งฝรั่งเศส และวัตรปฏิบัติลึกลับเหนือโลก

    ปฏิปทาและอภินิหารของหลวงปู่สมเด็จลุนถูกเล่าขานกันปากต่อปาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่มีชาวฝรั่งเศสมาลองดี ท้าทายพุทธศาสนาด้วยการนำสุราใส่กาน้ำมาถวายพระเณร หลวงปู่สำเร็จลุนจึงให้โอวาทสั่งสอนเรื่องความอยากของมนุษย์ และตำหนิฝรั่งผู้นั้นว่าดูถูกพระศาสนา เมื่อฝรั่งคนนั้นเดินกลับไปขึ้นเรือกำปั่นเพื่อเดินทางกลับ ปรากฏว่าเครื่องยนต์เรือสตาร์ทติดดังปุด...ปุด...ปุด แต่เรือกลับนิ่งสนิทไม่ยอมเคลื่อนที่ไปไหนเลยนานถึง 3 วัน!

    สุดท้ายฝรั่งเศสคนนั้นต้องยอมสยบราบคาบ นำน้ำมันก๊าดและเทียนไขมาถวายพร้อมกราบขอขมาโทษ หลวงปู่สมเด็จลุนจึงกล่าวว่า “มึงไม่รู้จักกู” ก่อนจะเอาเท้าแตะผิวน้ำเพียง 2 ครั้ง เรือกำปั่นจึงสามารถแล่นออกไปได้ทันที

    นอกจากนี้ วัตรปฏิบัติส่วนตัวของท่านยังลึกลับเหนือโลก ท่านไม่ฉันอาหารมาก แต่โปรดฉันมะพร้าวขูดคลุกน้ำตาล บางครั้งสามารถอดอาหารไม่ฉันอะไรเลยได้เป็นเดือน ๆ โดยร่างกายยังคงแข็งแรง และบ่อยครั้งที่ท่านนั่งอาบน้ำอยู่ในถังใบนานตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 2 ทุ่ม โดยเอามือจุ่มน้ำบริกรรมคาถาภาวนาไปพร้อมกัน จนผู้ที่ไม่เข้าใจในอริยบทของพระอริยสงฆ์ต่างพากันคิดว่าท่านเป็น "พระบ้า"

    ชนะสัจจะทดสอบยอดปราชญ์ คัมภีร์ใบลานหนาหนึ่งคืบ

    ความอัจฉริยะทางปัญญาของหลวงปู่สมเด็จลุนปรากฏเป็นที่ประจักษ์ เมื่อครั้งที่คณาจารย์และผู้รู้จากสำนักต่าง ๆ มาจัดสอบเพื่อทดสอบความเป็นปราชญ์ของเมืองนครจำปาศักดิ์ โดยนำคัมภีร์ใบลานจำนวนมากมาแกะสายผูกออก แล้วเทคละปะปนรวมกันในห้องใหญ่จนกองหนาถึงหนึ่งคืบ พร้อมตั้งเงื่อนไขให้ผู้เข้าทดสอบจัดคัมภีร์แยกเป็นผูกให้ถูกต้องดังเดิมภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ปรากฏว่าไม่มีผู้รู้คนใดทำสำเร็จ ยกเว้นเพียง หลวงปู่สมเด็จลุน รูปเดียวเท่านั้นที่สามารถจัดแยกคัมภีร์ทุกเล่มได้อย่างถูกต้องแม่นยำด้วยไหวพริบปฏิภาณอันเป็นเลิศ

    สำหรับสมณศักดิ์คำว่า “สำเด็จ” หรือ “สำเร็จ” (ญาสำเร็จ) นั้น มิใช่สมณศักดิ์จากส่วนกลาง แต่เป็นสมณศักดิ์ที่ชาวบ้านและชาวเมืองพร้อมใจกันทำพิธี “หดสรง” (สรงน้ำ) มอบถวายให้แก่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แตกฉานในพระไตรปิฎกและเรียนจบหลักสูตรมนต์โบราณขั้นสูง เพื่อเป็นการยกย่องว่าท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จหลุดพ้นจนถึงขั้นพระอริยบุคคลแล้ว

    ปัจฉิมบท: มรดกไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์และการละสังขาร

    ในพรรษาสุดท้ายขณะที่หลวงปู่สมเด็จลุนจำพรรษาและอาพาธหนัก ณ วัดเวินไซ เมืองโพนทอง ท่านได้ส่งคนไปตาม “หลวงปู่โทน กนฺตสีโล” (ในขณะนั้นบวชได้ 3 พรรษา) ให้มาพบ แต่ด้วยภาระหน้าที่ในการสอนพระเณรทำให้หลวงปู่โทนเดินทางไปไม่ทัน ทว่าก่อนที่ดวงจิตของหลวงปู่สมเด็จลุนจะดับลง ท่านได้แสดงอนาคตังสญาณ สั่งเสียงมอบ “ไม้เท้าประจำตัว” (ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์) ฝากไว้กับหลวงปู่สีดาเพื่อส่งต่อให้แก่หลวงปู่โทนแต่เพียงผู้เดียว โดยกำชับว่าห้ามมอบให้คนอื่นเด็ดขาด

    หลวงปู่สมเด็จลุน ละสังขารลงอย่างสงบในเพศบรรพชิตเมื่อปี พ.ศ. 2463 ณ วัดเวินไซ สปป.ลาว สิริอายุรวมได้ 84 ปี พรรษา 64 ปิดฉากตำนานมหาเถราจารย์ผู้เรืองสรรพเวทย์แห่งลุ่มน้ำโขง ทิ้งไว้เพียงคุณงามความดี บารมีธรรม และไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตมั่นเป็นสิ่งสักการบูชา ณ วัดบูรพา บ้านสะพือ สืบมาจนถึงปัจจุบัน

    #สำเร็จลุน #วัดเวินไซ #นครจำปาศักดิ์ #ผู้วิเศษสองฝั่งโขง #หลวงปู่โทนวัดบูรพา #อักษรธรรมล้านช้าง #พระกรรมฐาน #วิชากายสิทธิ์ #พระอริยสงฆ์ IMG_5543.jpeg
     
  3. Suryar

    Suryar ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    4,979
    ค่าพลัง:
    +788
    พยานาค…นอนกรรมฐาน

    เมื่อรวมญาณได้เป็นพยานาคแล้ว การนั่งท่านั่งวิปัสสนากรรมฐานนั้นจะเป็นเรื่องยาก เพราะจะหายใจลำบาก ท่าที่เหมาะสมที่สุดในการกำหนดอานาปาณสติคือท่านอนค่ะ

    แต่ทั้งนี้ จักระทั้ง 7 จะไม่ขนานไปกับแกนขั้วโลก นั่นคือ จะไม่อยู่ในแนวขั้วโลกเหนือ-ขั้วโลกใต้ แต่จะขนานกับเส้นละติจูดแทน ทำให้ไม่ได้รับพลังสนามแม่เหล็กไฟฟ้า นี่คือปัญหาของการนอนทำกรรมฐานค่ะ

    ดังนั้น ต้องเลือกเอาว่า จะหายใจสะดวกคือเอาสมาธิเฉยๆ (บำเพ็ญตบะ)หรือจะปรับระดับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในร่างกาย(ปรับภพภูมิ)ค่ะ IMG_5549.jpeg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2026 at 17:20
  4. Suryar

    Suryar ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    4,979
    ค่าพลัง:
    +788
    13 มิถุนายน 2569

    ผ่อนไอโฟน 15 เพิ่งหมด ไอโฟน13 เสียอีก ต้องซื้อใหม่ เพราะทดลองเปลี่ยนหน้าจอไปด้วยสนนราคา 2.5 พันแล้วไม่เวิร์ค เสียดายค่าซ่อมจริงๆ รู้งี้ซื้อไอโฟน 15 อีกเครื่องไปเลยดีกว่า แต่ไม่มีงบ ต้องอดทน

    ฟันก็ต้องไปครอบและรักษารากฟัน ยังไม่มีงบประมาณเลย อาศัยแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อไปก่อน รอคิวหมอโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

    นี่ไง เขาถึงบอกว่า คนจนป่วยไม่ได้ ห้ามป่วย เพิ่งเข้าใจก็บัดนี้
     
  5. Suryar

    Suryar ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    4,979
    ค่าพลัง:
    +788
    อะไหล่ปลอมในไอโฟน 13

    ฉันเป็นเด็กวิศวะ อะไรที่ซ่อมได้ก็ซ่อมไป อะไรที่เป็นอะไหล่เทียบเคียงได้ก็เอามาใส่แทนของจริงไปก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นของแท้ เพราะราคาถูกกันกว่าครึ่ง แม้ว่าคุณภาพจะต่างกันเยอะก็ตาม เอาการใช้งานได้เป็นพอ เฉกเช่น จอมือถือไอโฟน 13 เครื่องนี้ มันไม่ถนอมสายตาเลย มันสว่างเกินไป ทำให้เคืองตา เวลาใช้นานๆ

    ก็คนมันมีรายได้จำกัด งานไม่มีทำ ถึงจะออกไปหางานทำก็ทำงานไม่ได้เพราะป่วย เลยต้องใช้เงินอย่างจำกัด งบมีแค่นี้ ก็ต้องซ่อมกันไป รถของฉันก็ปะยางไว้ยังไม่ได้เปลี่ยนยางเลยค่ะ ซ่อมไปเรื่อยๆเหมือนไอโฟน

    ส่วนฟันกรามของฉัน ก็ใช้การแปรงฟัน 3 เวลา ด้วยยาสีฟันแบบแห้ง เสมือนโบกปูนเอาไว้ค่ะ

    นี่แหละ ชีวิตเด็กวิศวะจนๆ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 มิถุนายน 2026 at 20:21

แชร์หน้านี้

Loading...